[APH - Fiction] I will always smile...for you [Intro]

posted on 24 Nov 2009 20:26 by pen-ny  in Hetalia

 

อา เมื่อวานเกิดเหตุการประมาณว่าลืมอัพไว้ที่บล็อคน่ะนะ

 

.

 

.

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

----------------------


Title : I will always smile...for you



Pairing : Francis x Matthew (จะพยายามอย่างนั้นนะคะ (._.*) จะพยายามไม่ให้มันเป็นฟุตสึเอย์ในมุมมองของคะน้า)


Rate : PG แต่ถ้ามันไปต่อได้เรื่อยๆคงไม่แน่...


note : ขอไว้ก่อนว่ามันคือฟิคสด ภาษาแย่แน่ๆ T^T แถมตัวละครอาจจะหลุดคาแรกเตอร์ซะด้วย (แหงล่ะ...ทำไม๊ทำไม แต่งแล้วคุณพี่ไม่หื่น) อ๋อ... AU ด้วยค่ะ ถ้าผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ

ผิดพลาดประการใดช่วยแนะนำด้วยแค่ (<< ยำเละๆเลยก็ได้ค่ะ TT^TT)

 


------------------------

 



“ขอโทษนะที่ฉันต้องมาหาเธออยู่เรื่อยในเวลาแบบนี้น่ะ”

 

 



ร่างสูงของชายหนุ่มที่ดูสมชาย ใบหน้าคมมีหนวดเครารอมแรมราวเหมือนคนไม่ได้ดูแลตัวเอง เรือนผมสีทองอร่ามยังคงอยู่ในทรงที่เหมือนเช่นปกติ แต่เป็นหากคนใกล้ตัวอย่าง ‘แมทธิว’ ก็จะสามารถสังเกตได้ง่ายๆว่ามันต่างจากเดิม ทั้งๆที่อีกฝ่ายเป็นคนที่ดูแลเรื่องความสวยความงามของตัวเองแบบสุดๆแล้ว มันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น

 

 


“ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณฟรานซิส” คนเด็กกว่ายังคงพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ “เวลาที่ใจว้าวุ่นแบบนั้น ใครๆก็อยากหาที่พักผ่อนทางใจด้วยกันทั้งนั้นแหละครับ”

 

 

ฟรานซิสยิ้มก่อนจะยกถ้วยชาหอมกริ่นกรุ่นที่อีกฝ่ายเพิ่งจะยกมาให้ขึ้นจิบ

 


 

“อ๊ะ...ว่าแต่คุณฟรานซิสสนใจจะใส่เมเปิ้ลไซรัปลงในชาจัสมินมั้ยล่ะครับ ผมว่ารสชาติมันก็ค่อนข้างจะโอเคเลย”

 


 

“ฮะๆ ขอปฏิเสธดีกว่า คุณพี่ยังไม่อยากเป็นแบบเชเซลที่มาเยี่ยมนายครั้งก่อนน่ะ” ฟราสซิสขยับยิ้ม “เห็นท้องเสียไปหลายวันเชียว ไม่รู้ว่าป่านนี้จะดีขึ้นรึยัง”

 


 

พูดถึงคราวก่อนแล้วก็นึกขึ้นได้ ตอนนั้นเชเซล สาวน้อยจากแดนทางใต้ขึ้นมาเยี่ยมเยือนเขาถึงทางเหนือ (ที่สำคัญคือไม่นึกว่าสาวน้อยคนนั้นจะจำคนที่จืดจางอย่างผมได้นี่สิ) แล้วตอนนั้นผมก็ถามคำถามแบบเดียวกันนี้ออกไป แล้วสาวเจ้าก็ตอบตกลง ผมก็เลยใส่ลงไปให้นิดหน่อย (อ่า...นิดเดียวจริงๆนะ อย่างน้อยก็นิดเดียวในความคิดของผมนั่นแหละ) หลังจากนั้นมาไม่ถึงวันหลังจากที่เชเซลกลับไปแล้ว คุณอาเธอร์ก็โทรมาโวยวายเขายกใหญ่ แล้วหาว่าผมเอาอะไรแปลกประหลาดพิสดารไปให้สาวน้อยคนนั้นกิน...

 


 

อ่า...เอาเข้าจริงแล้วผมว่าชาจัสมินใส่เมเปิ้ลไซรัปรสชาติมันออกจะโอเค ไม่สิ...ดีกว่าอาหารฝีมือคุณอาเธอร์หลายเท่าด้วยซ้ำไปนะครับ

 


 

“นั่นสินะครับ” ...ถึงในใจแล้วผมจะคิดไปไกลสามสี่กิโลขนาดไหน แต่คำพูดที่ออกจากปากผมมันก็มีแค่นี้แหละช่วงไม่ได้นี่ครับ เพราะว่าผมคือ ‘แมทธิว’ นี่นะ “พูดถึงคุณอาเธอร์ผมเพิ่งนึกขึ้นได้...”

 


 

“หืม? เรื่องอะไรหรือ?”

 


 

“ตอนนี้คุณอาเธอร์เป็นอย่างไรบ้างครับ ผมไม่ได้กลับไปเยี่ยมเขานานแล้ว”

 


 

ผมพยายามหาเรื่องคุยต่อ เอาเข้าจริงตามปกติแล้วคุณฟรานซิสจะแวะมาที่บ้านของผมในบ้างครั้งที่เขามีเรื่องกลุ้มใจ แล้วหลังจากจิบชาเสร็จเขาก็มักจะกลับไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับขามา...

 


 

ผมก็อยากจะบอกเขาอยู่เหมือนกันว่า ‘บ้านของผมไม่ใช่ร้าน Tea Café ซะหน่อยนะครับ!’

 


 

...แต่ทำยังไงได้ล่ะครับ ก็ผมคือแมทธิวนี่นะ


 

 


แต่ว่าไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน ทำไมเขาถึงเลือกที่จะยกคุณอาเธอร์มาเป็นหัวข้อการสนทนา ทั้งๆที่ทุกครั้งที่ผมเห็นคุณฟรานซิสเอ่ยถึงคุณอาเธอร์ ผมมักจะรู้สึกแปลกๆทุกครั้ง...แต่คงเป็นเพราะมันคือเรื่องที่ทำให้คุณฟรานซิสอยู่คุยกับผมได้นานที่สุดกระมั้ง...

 

 

“เจ้าคิ้วหนานั่นน่ะเหรอ?” คุณฟรานซิสเริ่มพูดด้วยรอยยิ้มที่ดูสดใสกว่าก่อนหน้านี้ “ก็คงสบายดีอยู่แล้วล่ะ เมื่อวานคุณพี่ไปหายังทำท่าจะอาละวาดปาข้าวของใส่ฉันอยู่เลย เฮ้อ ~ ! ทั้งๆที่คุณพี่กะจะเข้าไปสอนวิธีทำสโคนให้อร่อยเหาะอย่างของคุณพี่แท้ๆเลยนะ เจ้าเด็กนั่นนี่ไม่มีความกตัญญูเอาซะเลย”

 

 

“งั้นหรือครับ? ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงสบายดีอย่างที่คุณฟรานซิสพูดจริงๆนั่นแหละนะครับ”

 


 

“ใช่ม้า ~ ฉันไม่รู้หมอนั่นจะอาละวาดอะไรนักหนา แต่ หลังจากที่อาเธอร์อาละวาดเสร็จสุดท้ายก็ยอมให้ฉันสอนทำสโคนใหม่อยู่ดีนั่นแหละ รู้มั้ย...แมทธิว ตอนทำน่ะนะ เจ้าคิ้วหนานั่นใส่แป้งข้าวสาลีกับผงฟูลงไปจำนวนไม่สมมาตรกันเลย จนมันฟูออกมาอย่างกับนุ่นแน่ะ”

 


 

ว่าแล้วคุณฟรานซิสก็ทำไม้ทำมือประกอบการเล่าเรื่องด้วยท่าทีสนุกสนาน

 


 

“กว่าจะเก็บกวาดเสร็จก็เกือบเย็นนู่นน่ะ พอคุณพี่สอนทำรอบสองนะ อาเธอร์ก็ผสมออกมาได้ค่อนข้างดีอยู่หรอก...อย่างน้อยก็ดีกว่ารอบแรกน่ะนะ...พอเอาเข้าเตาอบนะ คุณพี่กับเจ้านั่นเถียงกับใหญ่เลยล่ะ ว่าสโคนชิ้นเล็กน่ะ ต้องใส่เตาอบ 8 นาทีหรือ 12 นาทีกันแน่ สุดท้ายก็เถียงกันจนคุณพี่ต้องปล่อยๆเจ้าอาเธอร์ทำตามใจตัวเองไป เพราะไม่อย่างนั้นคุณพี่คงไม่ได้พักแน่ๆ”

 

 

 

...ถึงตอนนี้ผมก็เจออีกเรื่องที่ผมไม่รู้และไม่เข้าใจอีกแล้วล่ะครับ...

 


 

...ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผมถึงต้องรู้สึกอิจฉาคุณอาเธอร์...

 


 

...อิจฉาที่คุณฟรานซิสยังคงยิ้มให้ถึงแม้จะเพียงแค่ในยามเอ่ยถึงลับหลัง...

 


 

...ผมไม่เข้าใจเลยว่าเพราะอะไรผมถึงนึกอิจฉาเขา...


 

 

...หรือมันอาจจะเกี่ยวข้องกับสาเหตุที่ทำให้ผมรู้สึกเจ็บที่ใจแปล๊บๆ ในยามที่คุณฟรานซิสพูดถึงคุณอาเธอร์กันนะ...


 

 

...ผมไม่รู้หรอกว่าเรื่องพวกนี้เป็นเพราะอะไร...


 

 

...แต่ที่แน่ๆ มันช่างเป็นความรู้สึกที่เห็นแก่ตัว จริงมั้ยครับ?...


 

 

 

 

“แล้วรู้มั้ย สโคนที่อาเธอร์อบออกมานั่นน่ะ ทั้งไหม้ทั้งไม่เป็นรูปเป็นร่างอีกต่างหาก...ถ้าอบ 8 นาทีตามที่คุณพี่บอกก็จบแล้วแท้ๆเลยนา” ถึงตอนนี้คุณฟรานซิสก็ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา แต่เอาเข้าจริงผมว่าคุณฟรานซิสเหมือนจะขำมากว่านะครับ เพราะใบหน้าของคุณฟรานซิสจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มท่าทางจะมีความสุขมากๆเลย

 


 

“แล้วคุณฟรานซิสได้ชิมมั้ยล่ะครับ?”

 


 

“แหงล่ะ ก็อาเธอร์น่ะ แทบจะเอาปืนมาจ่อพร้อมพูดว่า ‘ถ้าไม่กินแกตาย’ อยู่แล้วน่ะสิ ถ้าคุณพี่ไม่ยอมกินเข้าล่ะก็ คงไม่ได้มีชีวิตรอดมาพูดกับน้องแมตตี้ตอนนี้ล่ะมั้ง”

 


 

“ฮะๆ นั่นสินะครับ ถ้าเป็นคุณอาเธอร์ล่ะก็ อาจจะทำอย่างที่พูดก็ได้ล่ะมั้ง”

 

 



 

...ผมไม่เข้าใจเลย...


 

 

...ทั้งๆที่คุณชอบบอกว่าฝีมือทำอาหารของคุณอาเธอร์นั้นไม่ได้เรื่อง...


 

 

...แต่สุดท้ายทำไมคุณถึงกินมันลงไปกันล่ะ...

 


 

...หรือเป็นเพราะความรักของคุณที่มีต่อคุณอาเธอร์กันนะ ที่ทำให้คุณยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา...


 

 

 

“โอ๊ะ ~ ! ป่านนี้แล้วเหรอเนี่ย ชวนฉันคุยเพลินเลยนะเรา” คุณฟรานซิสก้มดูนาฬิกาข้อมือก่อนจะรีบจัดการชาในถ้วยแล้วขนมหวานที่ผมนำมาต้อนรับให้หมด “คุณพี่ต้องไปแล้วล่ะ ไว้ว่างๆคุณพี่จะแวะมาหาอีกนะ”

 

 

 

คุณฟรานซิสรีบลุกออกไป ...สงสัยจะมีธุระที่เจ้านายใช้ให้ไปทำล่ะมั้งครับ ผมเองก็ไม่ค่อยอยากจะสนใจซักเท่าไร แถมผมก็ไม่ใช่เด็กๆที่จะร้องไห้งอแงเวลาโดนทิ้งให้อยู่คนเดียวอีกด้วยสิ

 

 

แต่ว่า...พอแผ่นหลังของคุณฟรานซิสลับสายตาไป ทำไมผมถึงรู้สึกเหงาขึ้นมากันนะ คิดถึงคำพูด เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มของคุณฟรานซิส ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดถึงเรื่องผมก็ตาม ถึงแม้เขาจะเอาแต่พูดถึงเรื่องของคุณอาเธอร์ก็ตาม แต่อย่างน้อย ผมก็ยังอยากให้เขาอยู่ใกล้ๆ

 


 

 

...ความรู้สึกที่จะเกิดขึ้นกับผมทั้งหมดนี้ ผมจะเรียกรวมๆว่ามันคือความรักได้มั้ยนะ...

 

 


...ความรักที่หวังเพียงแค่คนๆนั้นจะอยู่ใกล้ๆ...

 

 


...ไม่จำเป็นต้องใกล้เกินกว่าคำว่าเพื่อนหรือพี่ – น้อง...

 

 


...แต่ว่าสำหรับผมแค่นั้นก็พอล่ะ...

 

 


...แต่มันคงมากเกินไปสินะ...

 

 


...มากเกินไป ถ้าหากผมจะ ‘รัก’ เขา...

 

 


...ถึงมันจะไม่ผิด แต่มันก็มากเกินไป...

 

 


...เพราะว่าหัวใจของเขาน่ะ มีคนๆหนึ่งที่เข้าไปจับจองเนื้อที่ในนั้นจนเต็มอยู่แล้วน่ะสิ...

 


 

...เพราะว่าผมเป็นได้แค่คนที่คอยอยู่เคียงข้างยามที่เขามีความกลุ้มใจเท่านั้นแหละ...

 

 

 

...และเพราะว่าผมคือ ‘แมทธิว’ ไม่ใช่ ‘คุณอาเธอร์’ ที่สามารถทำให้คุณฟรานซิสรักได้...

 


 

...เพราะว่าผม คือ แมทธิว ยังไงล่ะครับ...


 

 

 

.

 

.

 

 

.

 

 

TBC.


.


.


.


เมื่อมีโอกาสนะคะ ~ //โดนถีบ




มันเป็นอะไรที่สั้นมากๆค่ะ TT^TT เข้ามาดูอีกใหม่เนี่ย
แถมเนื้อเรื่องยังไม่ค่อยเข้าใจอีกต่างหาก
มันช่าง...

ไม่เป็นไรๆ ไว้คราวหน้า (ตอนหน้า) จะพยายามให้มากกว่านี้ค่า ~
(และคราวหน้ามันก็คงจะเป็นฟิคคิดสดในสองชั่วโมงแบบนี้แล TT^TT ~ )


...อยากลองเขียนคุณพี่กับคะน้าในมุมมองที่คะน้าแอบชอบเขาฝ่ายเดียวมานานแล้วค่า ตอนแรกกะทำเป็น Oneshot แต่มาดู เนื้อเรื่องมันไม่เคลียร์แม้แต่น้อย ก็เลย ฟิคยาวก็ยาวว้า ~
เพราะถ้าทำเป็นฟิคสั้นมันคงไม่มีใครรู้เรื่องแน่ๆ TT^TT เรายิ่งแต่งอะไรสั้นไม่ได้เรื่องอีกด้วย เรื่องยาวก็ไม่ต่างกันนักหรอกค่า ~ (พูดอย่างกับตอนนี้มีคนรู้เรื่องแหน่ะ -*-)


ยังไงก็ขอฝากตัว ฝากใจด้วยนะคะ
จะติอะไรก็ยำเต็มที่เลยค่ะ พร้อมรับเต็มที่ (แต่ถ้าเเรงมาน้ำตาคงได้ร่วงแหมะๆแน่เลยค่า ~ //โดนถีบ ตกลงแกจะเอาไงกันแน่ฮะ)


ปล.เรื่องชื่อเรื่องอย่าคิดมากค่ะ ไม่มีเซนต์อย่างแรก แต่คิดว่ามันคงได้เกี่ยวกับเนื้อเรื่องตอนต่อๆไปล่ะมั้งคะ